ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์ (Filler) เป็นการเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย ดังนั้นสารใดๆก็ตามที่ใช้ในการเติมเต็ม จะเรียกว่า ฟิลเลอร์ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเติมเต็มไขมัน, HA (Hyaluronic Acid), ซิลิโคนเหลว ก็ถือเป็นการเติมฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย.ไทย

ฟิลเลอร์ที่จำหน่ายและผ่าน อย.ไทย มีแต่ชนิด HA (Hyaluronic Acid) เท่านั้น เป็นชนิดที่สลายได้ 100% มีอายุในการสลายตามแต่ละรุ่น ส่วนการเติมไขมันไม่ต้องจัดจำหน่าย ใช้วิธีดูดไขมันตัวเองมาเติมก็ถือว่าได้มาตราฐานทำได้เช่นกัน (เครื่องมือและวิธีต้องมาตราฐาน เซลล์ไขมันถึงจะติดดี)

นอกจากฟิลเลอร์ชนิด HA (Hyaluronic Acid) และ ฟิลเลอร์จากไขมันตัวเอง ยังไม่ผ่าน อย.ไทยทั้งสิ้น

ยี่ห้อ ฟิลเลอร์ HA ที่ผ่าน อย.ไทย

แต่ไม่ใช่ว่า ฟิลเลอร์ HA (Hyaluronic Acid) ทุกชนิดจะผ่าน อย.ไทย มีเพียง 1.Juvederm (USA) 2.Restylane (Sweden) 3.Belotero (Switzerland) 4.Perfectha (France) 4. Neuramis (Korea) (ปัจจุบันผ่านเฉพาะรุ่น Deep) 5.Revanesse (Canada) เท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์เห็นผลเมื่อไหร่

เห็นผลทันที จะเติมเต็มได้รูปทันที และบางรุ่น สามารถฟูอุ้มน้ำได้อีก 10-20%หลังฉีด จึงควรดื่มน้ำปริมาณเยอะ (2ลิตรต่อวัน) โดยเฉพาะใน 3 วันแรก เพื่อให้ฟูเติมเต็มมากยิ่งขึ้น โดยฟิลเลอร์จะเซ็ทตัวได้รูปสวยเข้าที่ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์

ทำไมฟิลเลอร์ยี่ห้อเดียวกันราคาถึงต่างกันมาก

มีปัจจัยที่สำคัญดังนี้

1.ฟิลเลอร์ชนิดนั้น นำเข้ามาอย่างถูกต้องและขึ้นทะเบียน อย. หรือไม่ โดยฟิลเลอร์ที่แอบหิ้วกันเข้ามา เข้ามาทาง

1.1 ของจริงแอบหิ้วกันเข้ามาเหมือนกระเป๋าแบรนเนม

1.2 ของปลอม ของเลียนแบบ เลียนแบบทั้งแพคเกจ หลอดและสียา เหมือนแทบจะเป็นเกรด AAA ต้องผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นถึงดูออก แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันคือสารหรือตัวยาที่ฉีดเข้าไปในหน้าเรานั่นเอง (เรียกว่าเหมือนแต่สี)

ดังนั้น ควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีวิธีการนำเข้าอย่างถูกต้องและขึ้นทะเบียนถูกต้องดีที่สุด เกือบทั้งหมดของผลข้างเคียงที่เกิดจากฟิลเลอร์คือการฉีดสารที่ไม่ได้คุณภาพเข้าหน้า ที่เหลือเป็นผลข้างเคียงจากทักษะความสามารถแพทย์ผู้ฉีด และส่วนน้อยเกิดการการปฏิบัติตัวหลังการฉีดฟิลเลอร์นั่นเอง

2. ค่าความสามารถและประสบการณ์แพทย์ผู้ฉีด ส่วนนี้เป็นความจริงที่เลี่ยงไม่ได้ แพทย์มีประสบการณ์สูง หรือเป็นอาจารย์แพทย์ย่อมคิดค่ามือแพงกว่า

บริเวณที่นิยมฉีดฟิลเลอร์

สามารถฉีดเติมเต็มส่วนที่ขาดหาย (Volume loss) ได้แทบทั้งหมด เช่น บริเวณขมับ, ร่องน้ำตา, แก้มตอบ, ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก, ริมฝีปาก และยังสามารถฉีดยกหน้าได้อีกด้วย

บริเวณที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์

บริเวณที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์คือบริเวณจมูกและหน้าผาก ยกเว้นมีปัญหาน้อยไม่ถึงกับต้องศัลยกรรม และควรฉีดโดยผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ซึ่งแพทย์ของทางเฌอคลินิกสามารถทำได้

ข้อควรปฏบัติหลังฉีดฟิลเลอร์

1. งดการกดนวดบริเวณที่ฉีดอย่างน้อย 2 ทิตย์จนกว่าฟิลเลอร์อยู่ตัว

2. เลี่ยงการออกกำลังกายหนักๆ และเลี่ยงการดื่มแอลกดฮอร์ 2 วัน เนื่องจากอาจทำให้บริเวณที่ฉีดบวมและช้ำได้

3. ดื่มน้ำเยอะๆใน3วันแรก เนี่ยงจากฟิลเลอร์มีคุณสมบัติในการอุ้มน้ำ (มากน้อยแล้วแต่รุ่น) จึงทำให้ฟูเติมเต็มได้มากยิ่งขึ้น

4. สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

บทความโดย พญ.อรวรรยา ยิ้มละมัย

รีวิว: ฉีดฟิลเลอร์คาง 1cc

รีวิว: ฉีดฟิลเลอร์คาง 1cc, ฟิลเลอร์ร่องแก้ม 1cc

รีวิว: ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1cc

รีวิว: ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา 1cc, ฟิลเลอร์คาง1cc, ฟิลเลอร์แก้มส้ม 1cc

สอบถามเพิ่มเติม                                                                           โทร : 02 745 6058                                                                    Line: @cherclinic

Add Line คลิ๊ก ➡️ https://line.me/R/ti/p/%40cherclinic